ซูซิกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ปี 2021  |  บทความทั่วไป

Irasshaimase! (Welcome to the store) – เสียงดังฟังชัดคือต้อนรับที่เราคุ้นหู หากได้เข้าไปทานร้านอาหารญี่ปุ่น ศิลปะการปั้นซูซิแต่ละคำของเชฟนั้นเป็นท่วงท่าที่มีพลัง และแฝงไปด้วยการสื่อสารทางกายที่น่าชม ลูกค้าหลายท่านหลงใหลกับวัฒนธรรมการทานซูซิ ที่ใช้ปลาคุณภาพพรีเมียมจากธรรมชาติ การทำวัตถุดิบอย่างพิถีพิถัน “ซูซิ” คือ สัญลักษณ์ที่สำคัญของวัฒนธรรมทางอาหารญี่ปุ่นที่มีชื่อเสียงและได้รับความนิยมทั่วโลกไม่เว้นแม้แต่ในประเทศไทย ด้วยเสน่ห์ที่เหลือล้นของซูซิ ทำให้ธุรกิจอาหารญี่ปุ่นเติบโตอย่างก้าวกระโดดในเกือบทุกประเทศ

อย่างไรก็ดี ในปัจจุบันเชฟซูชิที่มีชื่อเสียงหลายคนเริ่มแสดงความกังวล และรู้สึกว่ากำลังเผชิญกับปัญหาครั้งสำคัญ ที่ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ด้วยศาสตร์ของการทำอาหาร ปัญหาภาวะโลกร้อนและขยะทางทะเลเป็นภัยคุกคามที่สำคัญ เชฟต้องการมอบอาหารที่ดีที่สุดแด่ลูกค้าคนสำคัญ แต่กลับพบว่าคุณภาพของอาหารทะเลนั้นลดลงอย่างเห็นได้ชัดในรอบทศวรรษที่ผ่านมา

การเพิ่มขึ้นของประชากร ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ส่งผลโดยตรงต่อปริมาณและคุณภาพสินค้าทางทะเล อาทิ ปลาทูน่าขนาดใหญ่จากธรรมชาติหายากขึ้นทุกวัน ความหลากหลายของวัตถุดิบที่ใช้ทำอาหารมีน้อยลง ฟาร์มสาหร่ายที่มีชื่อเสียงในประเทศญี่ปุ่นแห่งหนึ่ง กล่าวว่า อุณหภูมิที่สูงขึ้นและคุณภาพน้ำทะเลมีแนวโน้มให้ผลิตภัณฑ์ลดลง เนื่องด้วยสภาวะที่ไม่เหมาะสมที่เปลี่ยนแปลงไปของท้องทะเล

หลายสิ่งหลายอย่างเปลี่ยนแปลงไปส่งผลกระทบต่อสินค้าจากธรรมชาติ หรือแม้กระทั่งการเพาะเลี้ยง หลายสื่อกล่าวถึงภาวะโลกร้อนและปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมที่จะเปลี่ยนรูปแบบของซูซิไปตลอดกาล เชฟหลายคนพูดเรื่องนี้ออกสื่อที่หลากหลาย รวมไปถึงพูดคุยกับลูกค้าประจำ เพื่อให้ช่วยกันแก้ปัญหา (หรือ Save Sushi !!!)

คำถามที่สำคัญ คือ ทำไมสื่อให้ความสำคัญที่ซูซิ?

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ โดยดาวน์โหลดเอกสารทางด้านล่าง:

บทความทั่วไป

Publications & Media

ปี 2022  |  Publications & Media

ประชุมกลุ่มย่อย (Focus group) เพื่อรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางการวัดการหมุนเวียนของวัสดุ ในอุตสาหกรรมก่อสร้างของประเทศไทย

ด้วยสถาบันเทคโนโลยีและสารสนเทศเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ได้กำหนดจัดงานประชุมกลุ่มย่อย (Focus group) เพื่อรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางการวัดการหมุนเวียนของวัสดุในอุตสาหกรรมก่อสร้างของประเทศไทย ในวันจันทร์ที่ ๑๕ – วันพุธที่ ๑๗ สิงหาคม ๒๕๖๕ เวลา ๐๙.๐๐ – ๑๕.๐๐ น. ณ ห้องประชุมเจมินี่ และวีนัส ชั้น ๓ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพมหานคร

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อคัดเลือกตัวแทนวัสดุก่อสร้างและพิจารณาตัวเลขการหมุนเวียนของวัสดุ (Material Circularity Indicator: MCI) ในอุตสาหกรรมก่อสร้างของประเทศไทย: กลุ่มวัสดุมุงหลังคาและฝ้าเพดาน กลุ่มท่อประปาและท่อร้อยสายไฟ กลุ่มประตูและหน้าต่าง (กระจก) และกลุ่มกระเบื้องไวนิล กลุ่มอิฐ กลุ่มสุขภัณฑ์ และกลุ่มกระเบื้องเซรามิก รวมทั้งหาค่ามาตรฐานกลางของผลกระทบสิ่งแวดล้อมและการหมุนเวียนของวัสดุก่อสร้าง ซึ่งสามารถระบุประสิทธิภาพของวัตถุดิบทั้งหมดที่ใช้ที่ต้องมาจากส่วนประกอบที่นำกลับมาใช้ใหม่หรือวัสดุรีไซเคิลที่มีประสิทธิภาพการรีไซเคิลสูง รวมทั้งไม่มีของเสียเกิดขึ้นระหว่างการผลิต และเมื่อผลิตภัณฑ์หมดอายุจะต้องนำมาใช้ซ้ำหรือนำกลับมาใช้ใหม่ (Zero Waste) ซึ่งระดับการหมุนเวียนวัสดุของวัสดุก่อสร้างสามารถนำไปต่อยอดการคำนวณประเมินการหมุนเวียนของวัสดุในระดับการก่อสร้างอาคาร รวมทั้งเสนอแนะ แนวทางการใช้วัสดุก่อสร้างที่สนับสนุนแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน นำไปสู่การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๓ (พ.ศ. ๒๕๖๖-๒๕๗๐) ซึ่งนับเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดสำคัญ ที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับกลุ่มอุตสาหกรรมก่อสร้างเพื่อแสดงถึงการหมุนเวียนของวัสดุได้

งานประชุมกลุ่มย่อย (Focus group) ดังกล่าว เกิดขึ้นภายใต้โครงการ  “การพัฒนาระบบก่อสร้างอาคารโครงสร้างเหล็กสำเร็จรูปด้วยดิจิทัลแพลตฟอร์มเพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน” ซึ่งในรับงบประมาณสนับสนุนจากหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) โดยกลุ่มเป้าหมาย คือ ผู้แทนจากส่วนราชการ สถาบันการศึกษา นักวิชาการ และผู้ทรงคุณวุฒิ ที่เกี่ยวข้องกับการกำหนดนโยบายด้านระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน
รวมทั้งผู้แทนจากหน่วยงานและผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรม ๗ กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มวัสดุมุงหลังคา กลุ่มอิฐ กลุ่มฝ้าเพดาน กลุ่มวัสดุปูพื้น กลุ่มประตูและหน้าต่าง (กระจก) กลุ่มท่อ (PVC) และกลุ่มสุขภัณฑ์

ปี 2022  |  Publications & Media

การสูญเสียอาหาร (Food Loss) คืออะไร

ปัญหาการสูญเสียอาหารนับเป็นประเด็นที่ทุกประเทศล้วนให้ความสำคัญ เนื่องจากการสูญเสียอาหารมีผลกระทบต่อความมั่นคงด้านอาหารของคนในประเทศ รวมทั้งคุณภาพอาหาร และความปลอดภัย สาเหตุของการสูญเสียอาหารแตกต่างกันตามแต่ละบริบทของประเทศนั้น ๆ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขและสถานการณ์ท้องถิ่นของประเทศ เช่น การผลิตพืชทางเลือก โครงสร้างพื้นฐาน กำลังการผลิต การตลาดและช่องทางการจำหน่าย

จากการศึกษาวิจัย พบว่าปริมาณของเสียที่เหลือจากอาหารและภาคการเกษตรมีปริมาณที่สูงในขณะที่ทั่วโลกประสบปัญหาความขาดแคลนอาหารในหลายพื้นที่ ดังนั้นเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) จึงมีเป้าประสงค์ที่เกี่ยวข้องกับการลดการสูญเสียอาหาร ตัวชี้วัดที่พิจารณาสำหรับเป้าประสงค์นี้ได้ถูกเสนอมาใช้ คือ ตัวชี้วัดที่ 12.3.1 ดัชนีการสูญเสียอาหารของโลก (Global Food Loss Index) โดยแบ่งเป็น 2 sub-indicator คือ 12.3.1.a Per capita food waste (kg/per year) และ 12.3.1.b Global food loss index

ปี 2022  |  Publications & Media

งานประชุมรับฟังความคิดเห็นต่อแนวทางการขับเคลื่อนแผนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) สาขาเศรษฐกิจหมุนเวียน กลุ่มอุตสาหกรรมพลาสติก ภายใต้โครงการ “การจัดการความรู้เพื่อพัฒนาระบบวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) สาขาเศรษฐกิจหมุนเวียน”

การประชุมรับฟังความคิดเห็นต่อแนวทางการขับเคลื่อนแผนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) สาขาเศรษฐกิจหมุนเวียน: กลุ่มอุตสาหกรรมพลาสติก จัดขึ้นเมื่อวันอังคารที่ 19 กรกฎาคม 2565 เวลา 9.00-12.00 น. ณ ห้องพระอินทร์ ชั้น 2 โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพมหานคร โดยมี ดร.ลัษมณ อรรถาพิช ที่ปรึกษาผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (สกสว.) กล่าวต้อนรับและเปิดการประชุม ในการประชุมดังกล่าวได้รับเกียรติจากวิทยากร 5 หน่วยงาน ประกอบด้วย สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน สถาบันพลาสติก ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ บริษัท นิวอาไรวา จำกัด และบริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด (มหาชน) ในการบรรยายเรื่อง “การบูรณาการแผนและแนวทางการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมพลาสติก” โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมจากทั้งภาครัฐและเอกชนที่สำคัญและเกี่ยวข้องกับการขับเคลื่อนแผน ววน. สาขาเศษฐกิจหมุนเวียนของกลุ่มพลาสติก รวมกว่า 50 ท่าน อาทิ สมาคมอุตสาหกรรมพลาสติกไทย สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) กรมควบคุมมลพิษ สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี Unilever Thailand และ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)