คาร์บอนฟุตพรินต์ของผลิตภัณฑ์

คาร์บอนฟุตพรินต์ของผลิตภัณฑ์ การประเมินปริมาณก๊าซเรือนกระจกของผลิตภัณฑ์ คาร์บอนฟุตพรินต์ของผลิตภัณฑ์ เป็นการประเมินปริมาณก๊าซเรือนกระจกของผลิตภัณฑ์ ใช้หลักการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมตลอดวัฏจักรชีวิตผลิตภัณฑ์ (LCA) สำหรับการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ จะพิจารณาตั้งแต่ขั้นตอนของการได้มาซึ่งวัตถุดิบ กระบวนการผลิต การขนส่ง การใช้งาน และการกำจัดเศษซากผลิตภัณฑ์หลังการใช้งาน โดยประเมินออกมาในรูปแบบของคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อหน่วยผลิตภัณฑ์ โดยใช้เทคนิคการประเมินวัฏจักรชีวิตตามอนุกรมมาตรฐาน ISO14040 ซึ่งมีขั้นตอนการดำเนินการ 4 ขั้นตอน คือ 1) การกำหนดเป้าหมายและขอบเขตการศึกษา 2) การวิเคราะห์บัญชีรายการ 3) การประเมินผลกระทบ และ 4) การแปลผล โดยผลการศึกษาที่ได้จะใช้เป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงของผลิตภัณฑ์ รวมถึงการเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะ ซึ่งเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม อันจะเป็นแนวทางไปสู่การพัฒนาเพื่อลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Greenhouse gases mitigation) ในอนาคต สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โปรดติดต่อ:อธิวัตร จิรจริยาเวชนักวิจัยathiwatj@mtec.or.th

วอเตอร์ฟุตพรินต์

วอเตอร์ฟุตพรินต์ วิธีการในการประเมินปริมาณการใช้น้ำและประสิทธิภาพการใช้น้ำทั้งทางตรงและทางอ้อม วอเตอร์ฟุตพริ้นท์ เป็นวิธีการในการประเมินปริมาณการใช้น้ำและประสิทธิภาพการใช้น้ำทั้งทางตรงและทางอ้อ,ของกระบวนการผลิตหรือองค์กร โดยใช้หลักการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมตลอดวัฏจักรชีวิตผลิตภัณฑ์ (Life Cycle Assessment: LCA) ตั้งแต่ขั้นตอนของการได้มาซึ่งวัตถุดิบ กระบวนการผลิต การใช้งาน และการกำจัดเศษซากผลิตภัณฑ์หลังการใช้งาน โดยประเมินออกมาในหน่วยของปริมาณน้ำที่ใช้ต่อหน่วยผลิตภัณฑ์ (ลิตร/ผลิตภัณฑ์ 1 หน่วย) สำหรับการประเมินวอเตอร์ฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์หรือองค์กร จะใช้เทคนิคการประเมินวัฏจักรชีวิตตามอนุกรมมาตรฐาน ISO 14046:2014 Environmental – Water Footprint – Principles, Requirements and Guidelines ซึ่งมีขั้นตอนการดำเนินการ 4 ขั้นตอน คือ 1) การกำหนดเป้าหมายและขอบเขตการศึกษา 2) การวิเคราะห์บัญชีรายการ 3) การประเมินผลกระทบ และ 4) การแปลผล สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โปรดติดต่อ:อธิวัตร จิรจริยาเวชนักวิจัยathiwatj@mtec.or.th

ประสิทธิภาพเชิงนิเวศเศรษฐกิจ

ประสิทธิภาพเชิงนิเวศเศรษฐกิจ ดัชนีชี้วัดในมิติเชิงเศรษฐกิจ ควบคู่กับมิติเชิงสิ่งแวดล้อม จากการเติบโตทางเศรษฐกิจและการพัฒนาของโลกในปัจจุบัน โดยเฉพาะภาคการผลิตนั้น ทำให้มีการใช้ทรัพยากร  และพลังงานเพื่อเข้าสู่กระบวนการผลิตในปริมาณสูง ส่งผลให้เกิดมลภาวะจากการผลิตและใช้งานทรัพยากรและพลังงานสู่สิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศน์ทั้งทางตรงและทางอ้อม สำหรับแนวคิดด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนนั้น ควรสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจ ควบคู่กับการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร หรือหลักการที่เรียกว่า ประสิทธิภาพเชิงนิเวศเศรษฐกิจ (Eco-efficiency, EE) ซึ่งมาจากการรวมกันของคำว่า Ecology ที่แปลว่าระบบนิเวศ และ Economy ที่แปลว่าเศรษฐกิจ กับคำว่า Efficiency ที่แปลว่าประสิทธิภาพ เป้าหมายหลักสำคัญของ Eco-efficiency คือ การสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจ ควบคู่กับการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรและการลดการปล่อยมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อม จะเป็นแนวทางที่นำไปสู่การผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน (Sustainable Consumption and Production: SCP) ทั้งในส่วนของการผลิต การใช้สินค้า และการบริการที่สนองความต้องการขั้นพื้นฐานของมนุษย์ และยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น ขณะเดียวกันก็สามารถลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ ลดการปล่อยมลพิษและของเสียตลอดวัฏจักรชีวิตของสินค้าและการบริการ โดยมุ่งเน้นการผลิตและการใช้สินค้าและการบริการที่ยั่งยืน การปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรธรรมชาติและพลังงาน รวมทั้งเน้นการคำนึงถึงตลอดวัฏจักรชีวิตของสินค้าและผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่การผลิต การใช้งาน การใช้ซ้ำ การนำวัสดุกลับมาใช้ใหม่ และการกำจัดซากผลิตภัณฑ์ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โปรดติดต่อ:อธิวัตร จิรจริยาเวชนักวิจัยathiwatj@mtec.or.th

คาร์บอนฟุตพรินต์ขององค์กร

คาร์บอนฟุตพรินต์ขององค์กร การแสดงปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ปล่อยจากการดำเนินกิจกรรมขององค์กร การจัดทำคาร์บอนฟุตพรินต์ขององค์กร เป็นวิธีการแสดงปริมาณก๊าซเรือนกระจกขององค์กรที่ปล่อยจากการดำเนินกิจกรรมทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยปริมาณก๊าซเรือนกระจกจะคำนวณออกมาในรูปคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า และนำข้อมูลที่ได้มาเป็น Baseline ในการกำหนดวิธีการ (action plan) ในการบริหารจัดการเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กร ได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นระบบ และสอดคล้องกับมาตรฐานที่นำมาประยุกต์ใช้ ซึ่งแนวทางการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร จะอ้างอิงจากมาตรฐาน ISO 14064-1, GHG Protocol และตัวอย่างบางส่วนจาก ISO 14069 (องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก) สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โปรดติดต่อ:อธิวัตร จิรจริยาเวชนักวิจัยathiwatj@mtec.or.th

การประเมินวัฏจักรชีวิต

การประเมินวัฏจักรชีวิต เครื่องมือที่ใช้ประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมตลอดวัฎจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์ในเชิงปริมาณ การประเมินวัฏจักรชีวิต เป็นเครื่องมือสำหรับการวิเคราะห์ผลตั้งแต่แหล่งกำเนิดของทรัพยากรและพลังงานที่นำมาใช้ไป การขนส่ง จนถึงขั้นตอนการกำจัดซากผลิตภัณฑ์ ตามมาตรฐาน ISO 14040 โดยพิจารณาผลกระทบในภาพรวมที่จะก่อให้เกิดปัญหาต่อโลก เช่น ผลกระทบด้านการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Global Warming), ผลกระทบด้านการก่อให้เกิดภาวะความเป็นกรด (Acidification) และ ผลกระทบด้านการเพิ่มขึ้นของธาตุอาหารในน้ำเกินสมดุล (Eutrophication) เป็นต้น ในส่วนของกรอบการดำเนินงานของการประเมินวัฏจักรชีวิต (LCA) ประกอบด้วย 4 ขั้นตอนหลัก ได้แก่ 1) การกำหนดเป้าหมายและขอบเขตของการศึกษา (Goal and Scope Definition) 2) การจัดทำบัญชีรายการ (Inventory Analysis) 3) การประเมินผลกระทบ (Impact Assessment) และ 4) การแปลผลและตีความหมาย (Interpretation) สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โปรดติดต่อ:อธิวัตร จิรจริยาเวชนักวิจัยathiwatj@mtec.or.th